
ผ้าอ้อมรักษ์โลก:
- นวัตกรรม: ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่สามารถ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ 63% ภายใน 90 วัน
- ผู้พัฒนา: บริษัท พี พลัส วี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นำโดย คุณวรวุฒิ ศรีศศิ CEO
- ปัญหาที่แก้: ลดปริมาณขยะผ้าอ้อมจากปิโตรเคมีที่ต้องฝังกลบ และรองรับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
- กลยุทธ์ความสำเร็จ: กิจกรรม Open Innovation กับทาง อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
สถานการณ์ปัจจุบัน: ขยะจากผ้าอ้อมใช้แล้วกำลังกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลก
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 13 ล้านคน (ร้อยละ 20 ของประเทศ) สิ่งนี้ผลักดันให้ความต้องการ "ผ้าอ้อมผู้ใหญ่" พุ่งสูงขึ้น และสิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงอย่างเนื่องจาก:
- ขยะตกค้าง: ผ้าอ้อมทั่วไปทำจากพลาสติก PE (polyethylene) และสารดูดซับ SAP (super absorbent polymer) ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
- วิธีกำจัดที่ไม่ยั่งยืน: ประเทศไทยใช้วิธี "ฝังกลบ" เป็นหลัก ทำให้ขยะทับถมเป็นมลพิษระยะยาว และรอวันปะทุ
คุณวรวุฒิ ศรีศศิ CEO บริษัท พี พลัส วี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยพัฒนาผ้าอ้อมที่ไม่ได้มีดีแค่ฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดเด่นสำคัญที่แตกต่างจากท้องตลาด คือ:
"ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบมาตรฐานอุปกรณ์การแพทย์จากห้องปฏิบัติการ SGS และสามารถย่อยสลายได้ถึง 63% ภายในระยะเวลาเพียง 90 วัน" และตลาดหลักของบริษัทตอนนี้คือ ภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการของ สปสช. ที่มีงบประมาณสำหรับจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ในปัจจุบันภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยในจังหวัดใหญ่ ๆ ก็เริ่มปรับตัว พยายามลดขยะ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดภาระของสังคม ถึงแม้ว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ถึง 100% แต่อย่างน้อยก็ช่วยได้
Open Innovation เปิดประตูสู่นวัตกรรม
เมื่อผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง เนื่องจากตลาดผ้าอ้อมผู้ใหญ่ยังพึ่งพาวัตถุดิบจากปิโตรเคมีเป็นหลัก เพราะหาได้ง่ายและราคาย่อมเยา ขณะที่โรงงานขนาดใหญ่ก็แทบไม่มีการผลิตวัสดุที่ย่อยสลายได้อย่างสมบูรณ์
คุณวรวุฒิยอมรับว่า การทำสินค้าที่รักษ์โลกย่อมมีต้นทุนสูงในช่วงเริ่มต้น แต่แม้จะเผชิญความท้าทายต่าง ๆ เขาก็ยังเลือกเดินหน้าต่อ เพราะเชื่อว่าธุรกิจไทยจะเติบโตได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อให้ความสำคัญกับคุณค่าที่มากกว่าตัวเลขกำไรหรือขาดทุนในระยะสั้น
และจุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกประชาคมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) ตลอดจนได้เข้าร่วม กิจกรรม Open Innovation ที่ทำให้เข้าค้นพบจิ๊กซอว์ที่จะมาช่วยเติมเต็มธุรกิจนวัตกรรม
สิ่งที่บริษัทเอกชนได้รับความร่วมมือ:
- สวทช.ได้รวบรวมทั้งนักวิจัย ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐมาไว้ในที่เดียว
- การช่วยคัดกรองทีมที่เหมาะสมและจับคู่ความต้องการกับความเชี่ยวชาญอย่างตรงจุด ทำให้กระบวนการพัฒนาไอเดียให้สำเร็จจนเป็นผลิตภัณฑ์ออกไปสู่ตลาดเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ช่วยประหยัดเวลา ลดความสับสน และเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่เกินกว่าผู้ประกอบการจะทำได้เพียงลำพัง
“การได้เข้าร่วมกับ อวท. และ สวทช. ถือเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทได้เห็นงานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ตามที่ตั้งเป้าหมาย หากไม่ได้รู้จัก อวท. ก็คงไม่มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านั้น ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน และไม่สามารถเชื่อมต่อกับนักวิจัยหรือบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องได้เลย”
อนาคตของธุรกิจผ้าอ้อม: แข่งขันด้วยความยั่งยืน
คุณวรวุฒิมองว่า หากธุรกิจยังแข่งกันที่ "ราคา" และทำแต่ OEM สุดท้ายจะแพ้คู่แข่ง ทางรอดเดียวคือ การสร้าง "สินค้านวัตกรรม"
- เป้าหมาย: พัฒนาให้ผ้าอ้อมย่อยสลายได้ 100% ในอนาคต
- ตลาดเป้าหมาย: ขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วยจุดขายด้านความยั่งยืน (Sustainability)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับผ้าอ้อมรักษ์โลก พี พลัส วี
Q: ผ้าอ้อมรักษ์โลกของ พี พลัส วี ต่างจากผ้าอ้อมทั่วไปอย่างไร?
A: ผ้าอ้อมทั่วไปทำจากพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายหลายร้อยปี แต่ผ้าอ้อมรักษ์โลกของ พี พลัส วี ใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ 63% ภายใน 90 วัน ลดมลพิษจากการฝังกลบ
Q: การเข้าร่วมกับ สวทช. และ อวท. ช่วยธุรกิจได้อย่างไร?
A: ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและทีมนักวิจัย (R&D) ทำให้สามารถพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ได้สำเร็จและรวดเร็วกว่าการทำวิจัยด้วยตัวเองเพียงลำพัง
Q: ทำไมภาครัฐ (สปสช.) ถึงสนใจผลิตภัณฑ์นี้?
A: เพราะตอบโจทย์ทั้งการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและการลดภาระงบประมาณในการกำจัดขยะของสังคม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของจังหวัดใหญ่ๆ
ผ้าอ้อมรักษ์โลก จาก บริษัทพี พลัส วี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สะท้อนให้ถึงบทบาทสำคัญของ อวท. ในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักวิจัยและเทคโนโลยี สู่การแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมผ้าอ้อมผู้ใหญ่ของไทยให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืน

